Fang of the Sun Dougram หุ่นเขี้ยวสุริยัน ดั๊กแกรม

Fang of the Sun Dougram หุ่นเขี้ยวสุริยัน ดั๊กแกรม


Fang of the Sun Dougram 

ผมได้เขียนเล่าถึงโยชิยูกิ โทมิโนะ ผู้มีบทบาทสำคัญกับอะนิเมะหุ่นยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาย “Real Robot” แต่ถ้าดูรายชื่อผลงานที่ผมไล่มาตลอดจะเห็นว่าขาดงานอะนิเมะหุ่นยนต์ที่เด่นๆอีกหลายเรื่องจากค่าย Sunrise วันนี้ผมเลยจะมาเล่าถึงผู้กำกับอีกคนของซันไรส์ที่มีอิทธิพลต่องานแนวนี้ เขาก็คือ ทากาฮาชิ เรียวสุเกะ  

บอกกันก่อนว่าบทความนี้ส่วนใหญ่เก็บความจากบทสัมภาษณ์ที่คุณทากาฮาชิเล่าถึงเบื้องหลังงานอะนิเมะหุ่นยนต์เรื่องสำคัญที่เขาสร้าง รวมกับข้อมูลจากหลายๆที่นะครับ บางช่วงจึงขอยกบทสัมภาษณ์มาใส่จะได้เข้าใจชัดเจนกว่า 

  

ทากาฮาชิ เรียวสุเกะ เกิดเมื่อ  11 มกราคม 1943 ที่โตเกียว แรกเริ่มทากาฮาชิไม่ได้สนใจอะนิเมชั่น แต่ที่สนใจคือการ์ตูนรายเดือน เช่น “Tetsuwan Atom” เพราะ “ตอนนั้นอะนิเมชั่นมีแต่เข้าโรง แถม 2-3 ปีจะมีสักเรื่อง ผมเลยไม่ค่อยมีโอกาสได้ดู” แต่เขาก็ยังชอบอะตอมมาจนกระทั่งเรียนชั้นมัธยมนะ ทว่าสุดท้ายเมื่อเรียนจบเขาก็เข้าทำงานในบริษัทการค้า จากตรงนั้นเองก็เกิดจุดเปลี่ยน เมื่ออะตอมกลายมาเป็นการ์ตูนทีวีที่มีให้ดูทุกสัปดาห์ ซึ่งทำให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพ หันมาเอาดีทางอะนิเมชั่น 

เขาเล่าว่า  “ผมเข้าไปร่วมงานกับ มุชิ โปรดัคชั่น ของ โอซามุ เท็ตสึกะ ผมเริ่มงานในฐานะอะนิเมเตอร์ แต่ในปีแรกผมไม่ได้วาดอะไรเลย งานของผม คือการตรวจสอบความก้าวหน้าของงานว่าเป็นไปตามกำหนดที่วางแผนไว้ไหม ปีแรกผมได้ทำอะตอม ปีที่สองถึงได้เริ่มทำ Wonder 3 (ในราวปี 1969) ตอนนั้นในงานอะนิเมชั่นทางทีวี ยังไม่มีผู้กำกับจริงๆหรอก แน่ล่ะว่า อ.เท็ตสึกะเป็นคนดูในภาพรวม ส่วนการผลิตจริงๆนั้นมีคนอื่นดูแล อย่างงานนี้ (วันเดอร์3) มีคนดูแลเหมือนเป็นผู้กำกับอยู่สัก 4 คน ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น จะเรียกว่าเป็นผู้ช่วยผู้กำกับก็ได้” หลังจากนั้นทากาฮาชิก็มีส่วนในงานของมุชิโปรที่น่าสนใจอีกหลายเรื่อง เช่น การผจญภัยของหงอคง(1967), เจ้าหญิงอัศวิน(1967), โดโรโร่ (1969) 

   

 

“ต่อมา มุชิโปรล้มละลาย ถึงจะมีการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ แต่ผมก็ไม่ได้กลับไปร่วมงานกับที่นั่นอีกหรอกนะ” เพราะทากาฮาชิไปร่วมงานกับเพื่อนร่วมงานจากมุชิโปรไปตั้งสตูดิโอใหม่อย่าง Sunrise ที่เขาได้ร่วมสร้างงานอย่าง Zero Tester (อะนิเมะที่รวมคนที่จะเป็นคนสำคัญในวงการอะนิเมะของญี่ปุ่นในอนาคต) กับ Cyborg 009 (ฉบับปี 1979-80) ที่เดินเรื่องต่อจากอะนิเมะฉบับดั้งเดิมปี 1967 ที่หน้าตาตัวละครจะคล้ายกับในคอมิคของ อ.อิชิโนะโมริ โชทาโร่ มากกว่าเดิม แม้ว่าซีรี่ส์จะมีปัญหาในช่วงท้ายๆ แต่ก็เป็นอะนิเมะไซบอร์ก 009 ที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง